มะกรูดเป็นพืชผักชนิดยืนต้นขนาดเล็ก มีหนามตามลำต้น ลักษณะโดยทั่วไปจะเป็นพุ่ม ถ้าลอกเปลือกลำต้นออกจะได้เป็นแผ่นเหนียวและกลิ่นหอมเฉพาะ
ใบจะออกมามีสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม พร้อมด้วยกลิ่นหอม มักมีใบเล็ก ๆ ขนาด 10 เซนติเมตร เมื่อออกดอกจะออกมาเป็นสีขาว และเมื่อกลายเป็นผลก็จะมีผลกลมแต่ผิวขรุขระ เนื้อในฉ่ำน้ำ มีรสเปรี้ยว มีต่อมน้ำมันให้กลิ่นหอม
ประโยชน์
นิยมนำใบ และผิวมะกรูด มาประกอบอาหารต่าง ๆ เช่น แกงเผ็ดต่าง ๆ ทอดมัน เป็นต้น นอกจากนี้นิยมใช้ผลมะกรูดปอกเลือกเผาไฟ คั้นน้ำ เอามาสระผมบำรุงรักษาเส้นผม
ใบมะกรุดอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน ดังนั้นเมื่อกินเข้าไปจึงช่วยในการต้านมะเร็งได้ดียิ่ง
วิธีปลูก
เตรียมดินที่มีสภาพร่วนสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ อาจจะผสมปุ๋ยคอกและมะพร้าวสับลงไป จากนั้นใช้เมล็ดพันธุ์ มาปลูกลงในดินหรือไม่ก็ใช้ต้นกล้าเล็ก ๆ สัก 1-3 ต้น มาลงต่อ 1กระถาง เสร็จแล้ว ควรหาหลักไม้มาปัก เพื่อยึดลำต้นให้ตรงเสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่มพร้อมตั้งให้ถูกแสงเป็นประจำ เมื่อแตกใบอ่อนก็สามารถเก็บมาใช้ได้
ขิงเป็นพืชล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นเหนือดินคล้ายลักษณะของต้นไพล มีใบเขียว เรียวแคบ ปลายใบแหลมและออกดอกเป็นช่อสีเหลือง
เหง้าขิงที่จะเก็บเกี่ยวนั้นต้องเจริญเติบโตอยู่ในดิน มีเปลือกนอกเป็นสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อข้างในสีขาวนวล เมื่อปลูกได้ 5-6 เดือนก็เริ่มได้เก็บเกี่ยวขิงอ่อนแล้ว ถ้าจะเก็บเกี่ยวขิงแก่ ก็ต้องรอให้ขิงมีอายุ 11-12 เดือน โดยวิธีเก็บเกี่ยวขิงควรเก็บตอนที่ดินชุ่มน้ำ แล้วให้ใช้มือถอนขึ้นมาทั้งกอ ขิงจะได้ไม่้หัก
ประโยชน์
มักนิยมเอาเหง้าขิงไปต้มใส่น้ำตาลแล้วดื่ม หรือไม่ก็นำไปคู่กัับขนมหวาน เช่น บัวลอยน้ำขิง หรือเต้า่ฮวย เป็นต้น ใช้เหง้าขิงสด ทุบให้แตก ต้มน้ำดื่ม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ หรือไข้หวัด ไอ คลื่นไส้อาเจียน
วิธีปลูก
ก่อนนำเหง้าขิงลงดิน ให้เลือกขิงที่แก่อายุ่สัก 10-12 เดือน นำมาผึ่งลมให้แห้ง แล้วหั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ ยาวประมาณ 2 นิ้ว โดยให้มีตาติดอยู่ 2-3 ตา
เตรียมดินที่มีสภาพร่วนปนทราย ผสมปุ๋ยคอกและกากถั่วไว้ จากนั้นให้ขุดหลุมลึกประมาณ 5 เซนติเมตร แล้วนำเหง้าขิงที่เตรียมไว้ลงดิน โดยตั้งด้านที่จะแตกหน่อขึ้น และกลบดินหนา 2-5 เซนติเมตร สุดท้ายใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุม
กะเพราเป็นพืชผักสวนครัวที่มีความสูงถึง 70 เซนติเมตร มีลักษณะเป็นพุ่ม ๆ แตกกิ่งก้านได้มาก ที่
กิ่งก้านจะมีขน ส่วนของใบมีสีเขียวหรือสีม่วงแดง

ลักษณะของใบที่ขอบใบจะหยิกหยัก ปลายใบแหลม มีกลิ่นหอม เมื่อออกดอกเป็นช่อคล้ายฉัตร ดอกมีขนาดเล็ก ๆ สีขาวหรือขาวอมชมพู
ประโยชน์
ดอกอ่อนและใบ นำมาประกอบอาหารต่าง ๆ ได้ เพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นที่ดีขึ้นนอกจากนั้นกินใบกะเพราสด ๆทุกวัน ช่วยขับลมและบรรเทาโรคกระเพาะอาหารได้
วิธีปลูก
เตรียมดินที่มีสภาพร่วนซุย ผสมกับขุยมะพร้าวและปุ๋ยคอกไว้ ใช้เมล็ดโรยลงในดิน หรือกิ่งปักชำลงในดิน จากนั้นรดน้ำให้พอชุ่มอย่าให้แฉะจนขัง วันละ 2 ครั้บ เช้า - เย็นหรือเมื่อสังเกตเห็นกะเพราเหี่ยวเฉา
หมันดูแลโดยการให้ปุ๋ยยูเรียสลับกับปุ๋ยชีวภาพ เพื่อเป็นการเร่งใบ และเด็ดดอกทิ้งอยู่เสมอ เพื่อป้องกันต้นเฉา และตายเร็ว
กระเทียมเป็นพีชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย โดยแต่ละปีประเทศไทยมีผลผลิตมารถถึง 9,000 ตัน เลยทีเดียว
ลักษณะทั่วไปของกระเทียมนั้นมีลำต้นที่เป็นหัวมีกลีบเล็ก ๆ สีขาว หลาย ๆ กลีบติดกัน ฝังตัวอยู่ในดิน ส่วนใบอยู่ด้านบนเหนือดินจะมีสีเขียว รูปร่างใบยาว มีความสูงเหนือพื้นดินประมาณ 20 เซนติเมตร

ประโยชน์
ใช้ประกอบอาหารต่าง ๆ เพิ่มความหอม และรสชาติที่เผ็ดร้อนให้อาหารน่ากินยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยดับกลิ่นคาวของอาหาร นอกจากนี้สามารถกินสด ๆ เป็นสมุนไพร ช่วยในการขับเหงื่อ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และถ้ากินเป็นประจำก็จะดีกับหัวใจ รวมถึงระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด
วิธีปลูก
เตรียมดินที่มีสภาพร่วนปนทราบ พร้อมกับผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไป จากนั้นขุดหลุมให้ลึกลงไปประมาณ 1 เซนติเมตร นำกลีบกระเทียมที่เลือกพันธุ์เอาไว้มาปลูกลงดิน เสร็จแล้วเว้นระยะสัก 15-20 เซนติเมตรจึงปลูกอีกต้น
ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ 3-5 วัน/ครั้ง โดยไม่ต้องรถให้ปฉะเกินไป เสร็จแล้วควรคลุมฟางให้หนาสัก 2-3 นิ้ว เพื่อควบคุมวัชพืช และความชื้นไว้
เพลี้ยไฟ คือศัตรูของกระเทียมให้ป้องกันและกำจัดด้วยสารกำจังเมลงฉีดพ่น เช่น ฑ๊อส หรือเซฟวิน