แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผักสวนครัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผักสวนครัว แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การปลูก มะกรูด (Leech Lime, Kaffin) พืชผักสวนครัว

มะกรูดเป็นพืชผักชนิดยืนต้นขนาดเล็ก มีหนามตามลำต้น ลักษณะโดยทั่วไปจะเป็นพุ่ม ถ้าลอกเปลือกลำต้นออกจะได้เป็นแผ่นเหนียวและกลิ่นหอมเฉพาะ



ใบจะออกมามีสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม พร้อมด้วยกลิ่นหอม มักมีใบเล็ก ๆ ขนาด 10 เซนติเมตร เมื่อออกดอกจะออกมาเป็นสีขาว และเมื่อกลายเป็นผลก็จะมีผลกลมแต่ผิวขรุขระ เนื้อในฉ่ำน้ำ มีรสเปรี้ยว มีต่อมน้ำมันให้กลิ่นหอม

ประโยชน์

นิยมนำใบ และผิวมะกรูด มาประกอบอาหารต่าง ๆ เช่น แกงเผ็ดต่าง ๆ ทอดมัน เป็นต้น นอกจากนี้นิยมใช้ผลมะกรูดปอกเลือกเผาไฟ คั้นน้ำ เอามาสระผมบำรุงรักษาเส้นผม

ใบมะกรุดอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน ดังนั้นเมื่อกินเข้าไปจึงช่วยในการต้านมะเร็งได้ดียิ่ง

วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ อาจจะผสมปุ๋ยคอกและมะพร้าวสับลงไป จากนั้นใช้เมล็ดพันธุ์ มาปลูกลงในดินหรือไม่ก็ใช้ต้นกล้าเล็ก ๆ สัก 1-3 ต้น มาลงต่อ 1กระถาง เสร็จแล้ว ควรหาหลักไม้มาปัก เพื่อยึดลำต้นให้ตรงเสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่มพร้อมตั้งให้ถูกแสงเป็นประจำ เมื่อแตกใบอ่อนก็สามารถเก็บมาใช้ได้




วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การปลูก ผักหวานบ้าน (Sauropus androgynus)

ผักหวานบ้านเป็นไม้พุ่ม มีความสูงได้ถึง 2 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาออกมา ออกใบมาเป็นใบเดี่ยวแบบสลับ



ก้านใบสั้น ใบเป็นสีเขียว ส่วนกิ่งก้านจะมีสีเขียวปนเทา รูปร่างของใบจะเป็นทรงรี ปลายใบแหลม ขอบใบจะขนานกันและเรียบ เนื้อใบมีคราบนวลขาว ๆ ที่ด้านบนของใบ ใบไม่แข็ง

เมื่อออกดอก ดอกจะออกตามชอกใน ออกมาเป็นทั้งแบบกระจุกและแบบดอกเดี่ยว มีสีม่วงแดงหรือไม่ก็สีเขียวอ่อน จากนั้นเมื่อเป็นผลลักษณะของมันจะมีขยาดเล็ก คล้า่ยลูกมะยม มีสีขาวนวลหรือสีขาวอมชมพู



ประโยชน์

นิยมนำยอดอ่อน ใบอ่อน และลูกอ่อนมาต้ม นึ่ง ลวก หรือผัดให้พอสุก กินจิ้มกับน้ำพริก หรือไม่ก็ใช้ประกอบอาหารเป็นแกงต่าง ๆ เมื่อกินผักหวานบ้านเข้าไปแล้ว ก็จะมีคุณสมบัติเป็นยาช่วยในการแก้ไข้ และมีฤทธิเป็นยาเย็น



วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนระบายน้ำได้ดี ผสมปุ๋ยคอกพรวนเตรียมไว้ จากนั้นเพาะเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงปลูก หรือในกระถาง หรือไม่ก็ใช้วิธีปักชำกิ่งก็ได้

เสร็จแล้วรดน้ำให้พอชุ่มวันละ 2 ครั้ง ถ้าปลูกมนกระถางก็ควรนำออกแดดทุกวัน จนเมื่อเจริญเติบโต ควรหมั่นตัดแต่งเพื่อให้แตกยอดอยู่เสมอ และเมื่อต้นแตกยอดอ่อนก็สามารถเก็บยอดอ่อนมาประกอบอาหารได้

ทั้งนี้เมื่อสังเกตว่าต้นเริ่มโทรมก็ให้ใส่ปุ๋ยชนิดเร่งใบพร้อมกับพรวนดินที่โคนต้น

การปลูก ผักบุ้งจีน (Water Spinac, Kang - Kong)

ผักบุ้งจีนเป็นพืชล้มลุก เติบโตได้ฤดูเดียว สามารถแตกยอดได้ยาวมากถึง 1 เมตร หรือมากกว่านั้น ขึ้ยอยู่กับความสมบูรณ์ของดิน รากก็จะแตกไปตามผิวดิน ลักษณะของใบจะแตกออกไปเป็นใบรูปเดี่ยวรูปร่างของใบจะเรียวคล้ายหอก ปลายใบแหลม ขอบใยเรียบ มีสีเขียวทั้งใบและลำต้น โดยลำต้นจะกลวง เมื่อออกดอกจะมีสีขาว



ประโยชน์

นิยมนำมาประกอบอาหารต่าง ๆ ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด หรือไม่ก็นำมากินเป็นผักสดเคียงกับน้ำพริก หรืออาหารที่มีรสชาติเผ็ดต่าง ๆ เมื่อกินผักบุ้งจีนเข้าไปก็จะมีคุณสมบัติเป็นยาช่วยบำรุงสายตา เสริมภูมิต้านทาง และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด



วิธีปลูก

ผักบุ้งเป็นผักที่โตเร็ว และมีรากที่ตื้น จะงามได้ดี ถ้าปลูกลงในดิรที่มีแร่ธาตุอาหารสมบูรณ์ ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นดินร่วน ดินเหนียว หรือดินทราย ผักบุ้งก็สามารถเจริญเติบโตได้หมด

ก่อนที่จะปลูกผักบุ้งก็ให้ไถพรวนดินที่เตรียมไว้ แล้วจึงโรยเมล็ดพันธุ์ลงไปให้เป็นแถว จากนั้นเมื่อผักบุ้งโตขึ้นจนแตกใบ ก็ให้ถอนต้นที่ไม่แข็งแรงทิ้งเสีย เว้นระยะให้ห่างกัน อย่าให้ต้นผักบุ้งอยู่ชิดกันแน่น หมั่นสังเกตเมื่อยอดผักบุ้งแตกใหม่ ไม่เจริญเติบโตเต็มที่ควรใส่ปุ๋ยบำรุง

การปลูก ผักชีฝรั่ง (Fennel)

ผักชีฝรั่งเป็นพืชผักประเภทล้มลุก มีอายุได้ 2 ฤดูมีความสูงเหนือพื้นดินประมาณ 10-30 เซนติเมตร ลำต้นอ่อนดูอวบน้ำ ออกใบตรงยอดเป็นกระจุก



ใบมีสีเขียว กลิ่้นหอม เนื้อใบค่อนข้างหนา จะเรียงเวียนสลับอยู่รอบต้น ลักษณะเด่นของใบผักชีฝรั่ง คือใบเรียวยาว ตรงกลางป่อง ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย เมื่อออกดอก จะออกดอกเป็นช่ิอที่ปลายกิ่ง ลักษณะดอกเป็นดอกขนาดเล็ก ทรงกระบอก มีสีขาว

ประโยชน์

นิยมใช้ใบผักชีฝรั่งมาซอยใส่อาหาร เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม และรสชาติที่กล่อมกล่อมขึ้น มักซอยใส่ในต้มยำ
หรือลาบ เป็นต้น หรือไม่ก็นิยมกินเป็นผักแกล้มกับขนมจีน หรือแกงเผ็ดต่าง ๆ



เมื่อกินผักชีฝรั่งเข้าไปก็จะมีคุณสมบัติช่วยบำรุงสายตา และัภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น

วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนซุย หรือดินเหนียวก็ได้ แล้วผสมกับปุ๋ยคอกและขุยมะพร้าวไถพรวนไว้ จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์ โรยลงไปในแปลงหรือกระถางปลูก หรือไม่ก็ใช้ต้นที่แข็งแรง ที่ชื้อมาจากตลาดก็ได้ แล้วเลือกใช้แต่ใบที่ติดโคนต้นอยู่ มาปักลงดินที่ทำไว้

เสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่มวันละ 2 ครั้ง พร้อมให้แสงแดดส่องถึงจนกระทั่งผักชีฝรั่งโตขึ้นแตกใบอ่อน ก็สามารถดึงใบล่าง ๆ มาปรุงอาหารได้แล้ว

การปลูก ผักกาดหอม (Lettuce)

ผักกาดหอม เป็นพืชผักที่มีใบใหญ่ ขอบใบหยักเป็นจุดเด่น ซึ่งใบจะแตกออกมา จากลำต้นโดยรอบ เส้นของใบจะเห็นได้ชัดเจน ใบจะมีสีตั้งแต่ เขียวอ่อน เขียวปนเหลือง จนถึงเขียวแก่





ผักกาดหอมจะฝังรากเป็นรากแก้ว มีลำต้นสีขาวอวบตั้งตรง ใบจะแตกออกตามข้อของลำต้น โดยจะหุ้มกันเป็นชั้น ๆ ไล่จากไปแก่ไปหาใบอ่อนข้างใน

ประโยชน์

นิยมใช้ใบสด ๆ มาประกอบอาหาร หรือกินเป็นผักสดเคียงกับยำ สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ หรือใส่เป็นผักสลัด หรือไม่ก็ใช้ใบใส่เพื่อเพิ่มความสวยงามในอาหารจานต่าง ๆ



นอกจากนั้นเมื่อกินเข้าไป ผักกา้ดหอมก็จะให้คุณสมบัติเป็นยาที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์สูง เมื่อกินประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้

วิธีปลุก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนซุยดี ผสมปุ๋ยคอกไว้ ยกแปลงและไถแปลง พร้อมสำหรับการหว่านเมล็ด จากนั้นให้ใช้เมล็ดพันธุ์หว่านลงบนแปลงให้ทั่ว พยายามให้เมล็ดเรียงตัวกันแน่น เสร็จแล้วก็รดน้ำโดยใช้ผักบัวฝอยละเอียด ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่แดดจัด ก็ควรมีการคลุมแปลงไว้

เมื่อต้นกล้าเริ่มงอกมีใบจริงให้เห็นสัก 2-3 ใบ ก็ให้ทำการถอนต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้ง และจัดระเบียบแปลง อย่าให้ผักกาดหอมอยู่ชิดกันเกินไปนัก

การปลูก ตำลึง (Ivy Gourd)

ตำลึงเป็นผักที่ขึ้นได้ง่ายตามริมรั้วบ้านทั่วไป เป็นผักชนิดไม้เถา มีสีเขียว ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวสลับกันไปตามเถา มีรูปคล้ายรูปหัวใจ มีขอบใบหยิกเล็กน้อย



เมื่อออกดอกจะออกเป็นดอกเดี่ยวที่ซอกใบ มีสีขาวทรงกระบอก และเมื่อกลายเป็นผล มีลักษณะรูปร่างคล้ายแตงกวา แต่มีขนาดเล็กกว่า พอสุกก็จะกลายเป็นสีแดงสด ทั้งเนื้อในและเปลือกนอก สามารถกินได้



ประโยชน์

นิยมนำใบมาเป็นอาหาิร เช่น แกงจืด แกงเลียง หรือลวกกินกับน้ำพริก นอกจากนั้นเมื่อกินเข้าไปก็ให้ผลเป็นยาช่วยในการแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดไข้ตัวร้อน หรือไม่ก็า่ท่รถนำใบหรือรากสดมาตำแล้วพอกตรงแผลอักเสบ เพื่อบรรเทาอาการอักเสบได้



วิธีปลูก

จริง ๆ แล้วตำลึงมักจะขึ้นเองตามริมรั้ว แต่ถ้าปลูกให้ใช้เมล็ดจากผลสุก มาหยอดลงในหลุมที่มีดินสภาพร่วนซุย ผสมปุ๋ยคอกแล้วขุดหลุมเตรียมไว้ จากนั้นเมื่อต้นกล้าเริ่มงอก ให้หาไม้มาปักเป็นหลักเพื่อให้เถาตำลึงเลี้อยพัน โดยปักให้พิงกันกับรั้วทะแยงมุมสัก 45 องศา ที่สำคัญควรหมั่นรดน้ำเช้าเย็น และเด็ดยอดให้เสมอ ๆ เพื่อการเกิดยอดใหม่มาแทน


วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การปลูก ต้นหอม (Shallot)

ต้นหอมเป็นพืชผักประเภทล้มลุก เจริญเติบโตได้หลายปี มีใบชูเหนือพื้นดินประมาณ 30-50 เซนติเมตร มีหัวเป็นลำต้นอยู่ใต้ดิน สีม่วงอมแดง



ภายในหัวนั้นมีหัวขนาดเล็กรวมกัน หุ้มด้วยเปลือกบาง ๆ อยู่ภายนอก และมีใบสีเขียวหนา ๆ อวบน้ำเรียงกันอยู่ ให้กลิ่นที่ฉุนเฉพาะตัว ใบเป็นสีเขียวกลวงยาว เมือออกดอกจะเป็นช่อ มีสีขาวหรือม่วงอ่อน



ประโยชน์

นิยมนำไปประกอบอาหาร เพื่อเพิ่มความหอม รสชาติ และสีสันที่น่ากินมากขึ้น หรือไม่ก็นิยมใช้เป็นผักกินสดเคียงกับอาหารต่าง ๆ

เมื่อกินต้นหอมเข้าไปในร่างกายก็จะได้รับสารเบต้าแคโรทีน สารฟลาโวนอยด์ แคลเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งช่วยในการต้านมะเร็ง ลดคอลเลสเตอรอล ควบคุมความดัน และป้องกันหลอกเลือดหัวใจอุดตัน

นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นยา โดยการนำต้นหอมไปบุบพอกตรงที่ถูกแมลงกัดต่อย ระงับปวดได้ และถ้าเอาไปสูดดม ช่วยแก้อาการคัดจมูกได้เป็นอย่างดี

วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วน ผสมด้วยเปลือถั่ว หรือแกลบไว้ นำหัวต้นหอม มาปลูกในดินที่เตรียมไว้ โดยปลูกห่างกันกอละ 5-10 เซนติเมตร สุดท้าย คลุมด้วยฟาง หรือหญ้าแห้ง รดน้ำพอชุ่ม เมื่อแตกใบก็สามารถตัดใบไปประกอบอาหารได้




วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แคบ้าน (Vegetable humming bird, Sesban) พืช ผักสวนครัว

แคบ้านเป็นพืชผักที่มีการเจริญเติบโตเร็ว แตกกิ่งก้านออกมาก รูปใบมีลักษณะคล้ายกับใบมะขาม โดยแต่ละก้านจะมีใบย่อยออกเรียงสลับกันประมาณ 10-30 คู่ เมื่อถึงเวลาออกดอกจะออกเป็นดอกเดี่ยว และเป็นช่อที่ปลายยอด และตามซอกใบ มีดอกสีขาว โคนก้านดอกเป็นสีเขียวคล้ายรูปถ้วย และเมื่อออกผลจะมีรูปร่างเป็นฝักแบน ยาวประมาณ 8-15 เซนติเมตรแล้วเมื่อแก่จัดจะแตกออกเป็น 2 ซีก



ประโยชน์

นิยมนำยอดอ่อน ใบอ่อน ไปลวกเป็นผักเคียงคู่กับอาหารหรือน้ำพริกต่าง ๆ ดอกอ่อนก็เช่นกัน แต่ดอกอ่อนสามารถนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง เช่น แกงส้มดอกแค ต้มจืดคอกแค เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อลดความขมในการนำไปประกอบอาหาร ควรเด็ดเกสร ข้างในทิ้งก่อน

นอกจากนั้นแคบ้านไม่ว่าจะเป็นยอดอ่อน ใบอ่อน ดอก หรือว่าผักอ่อน เมื่อกินเข้าไปจะมีสรรพคุณเป็น ยา สามารถช่วยแก้ไข้หัวลมได้



วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนซุย ผสมกับปุ๋ยคอกและขุยมะพร้าว หรือต้นกล้า มาปลูกลงในดินดังกล่าว ถ้าปลูกลงในกระถาง ควรนำออกมาวางในที่โล่ง เพื่อให้โดนแดดตลอดทั้งวัน เพราะแดดจะช่วยทำให้ต้นแคออกดอกได้มากขึ้น ทั้งนี้ก็ควรรดน้ำอย่างเพียงพอวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้า และเย็น

คะน้า (Collard) พืช ผักสวนครัว

คะน้าเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับกะหล่ำ มีอยู่หลายพันธุ์ด้วยกัน โดยคะน้าที่นิยมก็เป็นพันธุ์คะน้าใบกลม คะน้าใบแหลม และคะน้ายอดหรือคะน้าก้าน



ลักษณะทั่วไปของคะน้าก็คือมีลำต้นสีเขียวอ่อนออกเหลือง ใบมีสีเขียวแก่ มีควมาสูงจากพื้นดิน 20 -25 เซนติเมตร ทั้งใบและลำต้น สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งหมด อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุสูง



วิธีปลูก

เตรียมดินปลูกที่มีสภาพร่วนปนทราย พร้อมผสมกับปุ๋ยคอก แล้วพรวนดินขุดให้ลึก 15 -20 เซนติเมตร พร้อมกันนั้นควรตากดินทิ้งไว้อีกประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นพรวนหน้าดินให้ละเอียด แล้วใช้เมล็ดพันธุ์หว่านให้ทั่วแปลง ควรหว่านให้ห่างกันพอสมควร คิดเป็นอัตราโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 2 กิโลกรัมต่อไร เมื่อหว่านเสร็จแล้วให้ใช้ดินผสมปุ๋ยคอกกลบให้หนาประมาณ 1 เซนติเมตร สุดท้ายกลบหน้าดินด้วยฟางหรือใบหญ้าแห้งอีกที

การให้น้ำควรใช้บัวรดน้ำหรือฉีดแบบน้ำแบบฝอย ฉีดน้ำให้ทั่วจนชุ่ม วันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและช่วงเย็น ส่วนปุ๋ยให้ใส่ที่มีธาติไนโตรเจนสูง และใส่เมื่อคะน้ามีอายุ 20 และ 30 วัน คะน้ามีอายุ 45-55 วันหลังจากปลูก ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยใช้มีดคม ๆ มาตัดให้ชิดโคน

ข่า (Galanga) พืช ผักสวนครัว

ข่าเป็นพืชผักประเภทล้มลุก เติบโตได้นานหลายปี ใบและกาบใบเป็นส่วนที่อยู่เหนือพื้นดิน ออกมาเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบมีลักษณะยาวรี สีเขียวเข้มเป็นมัน



มีความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม วัดความสูงเหนือพื้นดินโดยเฉลี่ยประมาณ 1-2 เมตรจะออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด มีสีขาวนวล และเมืี่อกลายเป็นผล จะมีลักษณะกลมสีแดงส้ม รสชาติเผ็ดร้อน

ในส่วนที่อยู่ใต้ดิน จะเป็นลำต้น เรียกว่าเหง้า มีเปลือกสีน้ำตาลอ่อน ลายข้อปล้องชัด เนื้อด้านในสีขาว กลิ่นหอมฉุนให้รสชาติขมและเผ็ดร้อน



ประโยชน์

มักนิยมนำเหง้ามาทำเครื่องเทศ ปรุงงอาหาร ให้กลิ่นที่หอมขึ้น และดับกลิ่นคาวจากเนื้อสัตว์ หรือไม่ก็ใส่ในน้ำพริกเครื่องแกงต่าง ๆ

ในส่วนของดอกอ่อนและลำต้นอ่อน นิยมนำมาเป็นเครื่องเคียงกับน้ำพริกหรืออาหารทั่ว ๆ ไป นอกจากนี้ก็ยังให้ปนะโยชน์เป็นยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บรรเทาอาการท้องเดิน และอาการคลื่นไส้อาเจียน



วิธีปลูก

เตรียทดินที่มีสภาพร่วนระบายน้ำได้ดี ผสมกับแกลบหรือปุ๋ยคอกไว้ เลือกเหง้าข่าที่แก่และมีตาติดอยู่ หรือไม่ก็หน่อต้นข่าเล็ก ๆ มาปลูกลงไปในดินที่เตรียมไว้ ถ้าปลูกโดยใช้หน่อก็ควรหาไม้มาค้ำเพื่อตั้งลำต้นให้ตรง จากนั้นก็รดน้ำพอชุ่มอย่างสม่ำเสมอไปให้ขาดก็จะได้ข่าคุณภาพดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีดพ่นยาหรือกำจัดศัตรูพืชแต่อย่างใด เพราะข่าเป็นพืชผักที่ไม่มีแมลงใด ๆ มารบกวน


ขึ้นฉ่าย (Celery) พืช ผักสวนครัว

ขึ้นฉ่ายเป็นพืชผักประเภทล้มลุก มีอายุ 1 ฤดู ลำต้นและใบเติบโตขึ้นเหนือพื้นดิน โดยมีความสูงมากถึง 30-50 เซนติเมตร ลักษณะของใบและลำต้นมีสีเขียวอ่อน ลำต้นกลวง และมีเหลี่ยม



ใบจะออกมามีลักษณะย่น ๆ มีขอบใบเป็นหยัก ๆ ปลายใบแหลม เมื่อถึงเวลาออกดอก ก็จะออกดอกเป็นช่อคล้ายซี่ร่มดอกย่อยเล็ก ๆ ภายในช่อจะมีสีขาว และเมื่อกลายเป็นผลจนแห้งแตกภายในก็จะมีลูกกลม ๆ รี ๆ เล็ก ๆ สีน้ำตาลอ่อนมีกลิ่นหอม

ประโยชน์

มักใช้ใบและก้านไปประกอบอาหารต่าง ๆ เช่น สุกี้ หรือปลานึ่ง เป็นต้น เพื่อเพิ่มรสชาติและความหอมของอาหาร นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นยาสมุนไพร เมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะช่วยป้องกันมะเร็ง รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ โรคหัวใจขาดเลือด และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคให้แข็งแรงขึ้น



วิธีปลูก

เพาะเมล็ดในกระถางหรือในแปลงเสียก่อน เมื่อได้ต้นที่แตกใบแล้วจึงถอนมาลงในที่ที่ต้องการปลูก กอละ 2-3 ต้น แล้วเว้นแต่ละกอให้ห่างกันประมาณ 10 เซนติเมตร

ดินที่เหมาะกับการปลูกคือดินทรายพร้อมกับการรดน้ำพอชุ่มและแสงแดด ที่สำคัญดวรหมั่นตัดใบแห้งหรือใบเน่าทิ้งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อต้นขึ้นฉ่ายที่แข็งแรงและสวยงาม

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ขมิ้นชัน (Yellow root zodoary,Turmeric) พืช ผักสวนครัว

ขมิ้นชันเป็นพืชล้มลุก เติบโตได้นานหลายปี มีใบชูขึ้นอยู่ด้านบนซึ่งแตกออกมาจากลำต้นที่เป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน



โดยเหง้านั้นประกอบด้วยแง่งหลัก หรือแง่งแม่ และมีแขนงแตกออกมา มีลักษณะกลมหรือยาว เรียกว่าหัว หรือนิ้วตามลำดับ เมื่อถึงฤดูกาลออกดอกจะออกดอกเป็นช่อสีเหลืองทรงกระบอก



ประโยชน์

นิยมใช้เหง้ามาประกอบอาหารต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการเพิ่มสี่สันและกลิ่นเช่น ข้าวหมกไก่ หมูสะเต๊ะ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติเป็นยาสมุนไพร บรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด และกรดในกระเพาะอาหาร หรือไม่ก็นำไปต้มดื่มเป็นประจำ สามารถแก้อาการนิ่วในถุงน้ำดี และโรคกระเพาะอาหารได้




การปลูก

เตรียมดินที่มีลักษณะร่วนซุย พร้อมกับผสมปุ๋ยคอกไว้ จากนั้นเลือกหน่อขมิ้นชันที่โตพอประมาณที่พอมีใบคลี่กางออกมาแล้วสัก 1-2 ใบ มาปลูกลงในดินโดย 1 กอให้ปลูก 3 หน่อให้ห่างเท่า ๆ กัน จากนั้นรดน้ำให้พอช่ม ไม่ต้องถึงกับแฉะ น้ำขัง



การปลูก ขิง (Ginger) พืช ผักสวนครัว

ขิงเป็นพืชล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นเหนือดินคล้ายลักษณะของต้นไพล มีใบเขียว เรียวแคบ ปลายใบแหลมและออกดอกเป็นช่อสีเหลือง



เหง้าขิงที่จะเก็บเกี่ยวนั้นต้องเจริญเติบโตอยู่ในดิน มีเปลือกนอกเป็นสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อข้างในสีขาวนวล เมื่อปลูกได้ 5-6 เดือนก็เริ่มได้เก็บเกี่ยวขิงอ่อนแล้ว ถ้าจะเก็บเกี่ยวขิงแก่ ก็ต้องรอให้ขิงมีอายุ 11-12 เดือน โดยวิธีเก็บเกี่ยวขิงควรเก็บตอนที่ดินชุ่มน้ำ แล้วให้ใช้มือถอนขึ้นมาทั้งกอ ขิงจะได้ไม่้หัก

ประโยชน์

มักนิยมเอาเหง้าขิงไปต้มใส่น้ำตาลแล้วดื่ม หรือไม่ก็นำไปคู่กัับขนมหวาน เช่น บัวลอยน้ำขิง หรือเต้า่ฮวย เป็นต้น ใช้เหง้าขิงสด ทุบให้แตก ต้มน้ำดื่ม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ หรือไข้หวัด ไอ คลื่นไส้อาเจียน

วิธีปลูก

ก่อนนำเหง้าขิงลงดิน ให้เลือกขิงที่แก่อายุ่สัก 10-12 เดือน นำมาผึ่งลมให้แห้ง แล้วหั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ ยาวประมาณ 2 นิ้ว โดยให้มีตาติดอยู่ 2-3 ตา

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนปนทราย ผสมปุ๋ยคอกและกากถั่วไว้ จากนั้นให้ขุดหลุมลึกประมาณ 5 เซนติเมตร แล้วนำเหง้าขิงที่เตรียมไว้ลงดิน โดยตั้งด้านที่จะแตกหน่อขึ้น และกลบดินหนา 2-5 เซนติเมตร สุดท้ายใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุม

การปลูก กะเพรา (Holy basil) พืช ผักสวนครัว

กะเพราเป็นพืชผักสวนครัวที่มีความสูงถึง 70 เซนติเมตร มีลักษณะเป็นพุ่ม ๆ แตกกิ่งก้านได้มาก ที่กิ่งก้านจะมีขน ส่วนของใบมีสีเขียวหรือสีม่วงแดง



ลักษณะของใบที่ขอบใบจะหยิกหยัก ปลายใบแหลม มีกลิ่นหอม เมื่อออกดอกเป็นช่อคล้ายฉัตร ดอกมีขนาดเล็ก ๆ สีขาวหรือขาวอมชมพู




ประโยชน์

ดอกอ่อนและใบ นำมาประกอบอาหารต่าง ๆ ได้ เพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นที่ดีขึ้นนอกจากนั้นกินใบกะเพราสด ๆทุกวัน ช่วยขับลมและบรรเทาโรคกระเพาะอาหารได้

วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนซุย ผสมกับขุยมะพร้าวและปุ๋ยคอกไว้ ใช้เมล็ดโรยลงในดิน หรือกิ่งปักชำลงในดิน จากนั้นรดน้ำให้พอชุ่มอย่าให้แฉะจนขัง วันละ 2 ครั้บ เช้า - เย็นหรือเมื่อสังเกตเห็นกะเพราเหี่ยวเฉา

หมันดูแลโดยการให้ปุ๋ยยูเรียสลับกับปุ๋ยชีวภาพ เพื่อเป็นการเร่งใบ และเด็ดดอกทิ้งอยู่เสมอ เพื่อป้องกันต้นเฉา และตายเร็ว


กระเทียม (Garlic) พืช ผักสวนครัว

กระเทียมเป็นพีชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย โดยแต่ละปีประเทศไทยมีผลผลิตมารถถึง 9,000 ตัน เลยทีเดียว



ลักษณะทั่วไปของกระเทียมนั้นมีลำต้นที่เป็นหัวมีกลีบเล็ก ๆ สีขาว หลาย ๆ กลีบติดกัน ฝังตัวอยู่ในดิน ส่วนใบอยู่ด้านบนเหนือดินจะมีสีเขียว รูปร่างใบยาว มีความสูงเหนือพื้นดินประมาณ 20 เซนติเมตร



ประโยชน์

ใช้ประกอบอาหารต่าง ๆ เพิ่มความหอม และรสชาติที่เผ็ดร้อนให้อาหารน่ากินยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยดับกลิ่นคาวของอาหาร นอกจากนี้สามารถกินสด ๆ เป็นสมุนไพร ช่วยในการขับเหงื่อ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และถ้ากินเป็นประจำก็จะดีกับหัวใจ รวมถึงระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด

วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนปนทราบ พร้อมกับผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไป จากนั้นขุดหลุมให้ลึกลงไปประมาณ 1 เซนติเมตร นำกลีบกระเทียมที่เลือกพันธุ์เอาไว้มาปลูกลงดิน เสร็จแล้วเว้นระยะสัก 15-20 เซนติเมตรจึงปลูกอีกต้น

ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ 3-5 วัน/ครั้ง โดยไม่ต้องรถให้ปฉะเกินไป เสร็จแล้วควรคลุมฟางให้หนาสัก 2-3 นิ้ว เพื่อควบคุมวัชพืช และความชื้นไว้

เพลี้ยไฟ คือศัตรูของกระเทียมให้ป้องกันและกำจัดด้วยสารกำจังเมลงฉีดพ่น เช่น ฑ๊อส หรือเซฟวิน

กระชาย (Boesenbergia, Finer root) พืช ผักสวนครัว

กระชายเป็นพืชล้มลุก สูงเหนือพื้นดิน 20-30 เซนติเมตร มีใบสีเขียวยาวเป็นรูปรี ขอบใบเรียบ



ปลายใบแหลม เส้นกลางใบด้านหลังนูนเป็นสัน บริเวณกาบใบจะซ้อนกันมีสีม่วงแดง ออกดอกสีขาวอมชมพู มีรากเป็นเหง้าขนาดอวบ ๆ ทรงกระบอกสีน้ำตาล



สามารถนำเหง้ามาโขลกหรือปั่นทำเป็นเครื่องแกงต่าง ๆ ได้ หรือไม่ก็ใช้ประกอบอาหารคาวต่าง ๆ ที่มีเนื้อหรือเนื้อปลาเพื่อดับกลิ่นคาว นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพร แก้ท้องเสีย ริดสีดวงทวาร และบำรุงหัวใจให้แข็งแรง



วิธีการปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนซุย พร้อมกับผสมปุ๋ยคอก หรือแกลบลงไปในดิน เลือกหน่อกระชายสัก 2-3 หน่อ ที่กาบใบเริ่มคลี่กางออกมาแล้วลงในดิน โดยปลูกให้มีลักษณะห่างกันต้นละ 3-5 เซนติเมตร และปลูกลงให้เป็นมุมสามเหลี่ยมนับเป็น 1 กอ

จากนั้นรดน้ำให้พอชุ่ม ไม่ต้องท่วมขัง วันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและเย็น พร้อมกับคอยตัดใบที่แห้งเสีย ออกทิ้ง เพื่อความสวยงามและคุณภาพของเหง้ากระชาย