ตะไคร้เป็นพีชล้มลุก เจริญเติบโตได้นานหลายปี มีรากเป็นฝอยยึดผิวดินได้แน่น

มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เมื่อโตขึ้นจะมีลำต้นเป็นกาบใบ อัดกันแน่นแทงขึ้นมาเหนือดิน สูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ปลายใบจะแหลม และมีขนเล็กน้อยตามใบ มีสีเขียวอ่อน ให้กลิ่นหอม เมื่ออกดอก ดอกจะเป็นช่อ ก้านข่อดอกจะยาว

ประโยชน์
นิยมนำเหง้า กาบใบ และลำต้น มาประกอบอาหาร เพื่อให้อาหารมีกลิ่นหอม และช่วยดับกลิ่นคาว มักใส่ในยำ พล่าต่าง ๆ เป็นต้น
วิธีปลูก
เตรียมดินที่มีสภาพร่วนระบายน้ำได้ดี ผสมกับปุ๋ยคอกและขุยมะพร้าวไว้ นำต้นตะไคร้ที่สมบูรณ์ดี ตัดรากออก ในส่วนของลำต้นก็ควรตัดให้สั้นลงเหลือสัก 20 เซนติเมตร จากนั้นนำมาปักลงในดินที่เตรียมไว้ โดยปักแต่ละต้นให้ห่างกันเล็กน้อยประมาณ 5 เซนติเมตร รดน้ำสม่ำเสมอให้พอชุ่ม หมั่นตัดแต่งใบที่ยาวรก อยู่เป็นประจำ เมื่อแตกเป็นกอแล้วก็สามารถตัดหน่อ ริม ๆ ไปใช้ได้
ขิงเป็นพืชล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นเหนือดินคล้ายลักษณะของต้นไพล มีใบเขียว เรียวแคบ ปลายใบแหลมและออกดอกเป็นช่อสีเหลือง
เหง้าขิงที่จะเก็บเกี่ยวนั้นต้องเจริญเติบโตอยู่ในดิน มีเปลือกนอกเป็นสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อข้างในสีขาวนวล เมื่อปลูกได้ 5-6 เดือนก็เริ่มได้เก็บเกี่ยวขิงอ่อนแล้ว ถ้าจะเก็บเกี่ยวขิงแก่ ก็ต้องรอให้ขิงมีอายุ 11-12 เดือน โดยวิธีเก็บเกี่ยวขิงควรเก็บตอนที่ดินชุ่มน้ำ แล้วให้ใช้มือถอนขึ้นมาทั้งกอ ขิงจะได้ไม่้หัก
ประโยชน์
มักนิยมเอาเหง้าขิงไปต้มใส่น้ำตาลแล้วดื่ม หรือไม่ก็นำไปคู่กัับขนมหวาน เช่น บัวลอยน้ำขิง หรือเต้า่ฮวย เป็นต้น ใช้เหง้าขิงสด ทุบให้แตก ต้มน้ำดื่ม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ หรือไข้หวัด ไอ คลื่นไส้อาเจียน
วิธีปลูก
ก่อนนำเหง้าขิงลงดิน ให้เลือกขิงที่แก่อายุ่สัก 10-12 เดือน นำมาผึ่งลมให้แห้ง แล้วหั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ ยาวประมาณ 2 นิ้ว โดยให้มีตาติดอยู่ 2-3 ตา
เตรียมดินที่มีสภาพร่วนปนทราย ผสมปุ๋ยคอกและกากถั่วไว้ จากนั้นให้ขุดหลุมลึกประมาณ 5 เซนติเมตร แล้วนำเหง้าขิงที่เตรียมไว้ลงดิน โดยตั้งด้านที่จะแตกหน่อขึ้น และกลบดินหนา 2-5 เซนติเมตร สุดท้ายใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุม
กะเพราเป็นพืชผักสวนครัวที่มีความสูงถึง 70 เซนติเมตร มีลักษณะเป็นพุ่ม ๆ แตกกิ่งก้านได้มาก ที่
กิ่งก้านจะมีขน ส่วนของใบมีสีเขียวหรือสีม่วงแดง

ลักษณะของใบที่ขอบใบจะหยิกหยัก ปลายใบแหลม มีกลิ่นหอม เมื่อออกดอกเป็นช่อคล้ายฉัตร ดอกมีขนาดเล็ก ๆ สีขาวหรือขาวอมชมพู
ประโยชน์
ดอกอ่อนและใบ นำมาประกอบอาหารต่าง ๆ ได้ เพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นที่ดีขึ้นนอกจากนั้นกินใบกะเพราสด ๆทุกวัน ช่วยขับลมและบรรเทาโรคกระเพาะอาหารได้
วิธีปลูก
เตรียมดินที่มีสภาพร่วนซุย ผสมกับขุยมะพร้าวและปุ๋ยคอกไว้ ใช้เมล็ดโรยลงในดิน หรือกิ่งปักชำลงในดิน จากนั้นรดน้ำให้พอชุ่มอย่าให้แฉะจนขัง วันละ 2 ครั้บ เช้า - เย็นหรือเมื่อสังเกตเห็นกะเพราเหี่ยวเฉา
หมันดูแลโดยการให้ปุ๋ยยูเรียสลับกับปุ๋ยชีวภาพ เพื่อเป็นการเร่งใบ และเด็ดดอกทิ้งอยู่เสมอ เพื่อป้องกันต้นเฉา และตายเร็ว
กระเทียมเป็นพีชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย โดยแต่ละปีประเทศไทยมีผลผลิตมารถถึง 9,000 ตัน เลยทีเดียว
ลักษณะทั่วไปของกระเทียมนั้นมีลำต้นที่เป็นหัวมีกลีบเล็ก ๆ สีขาว หลาย ๆ กลีบติดกัน ฝังตัวอยู่ในดิน ส่วนใบอยู่ด้านบนเหนือดินจะมีสีเขียว รูปร่างใบยาว มีความสูงเหนือพื้นดินประมาณ 20 เซนติเมตร

ประโยชน์
ใช้ประกอบอาหารต่าง ๆ เพิ่มความหอม และรสชาติที่เผ็ดร้อนให้อาหารน่ากินยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยดับกลิ่นคาวของอาหาร นอกจากนี้สามารถกินสด ๆ เป็นสมุนไพร ช่วยในการขับเหงื่อ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และถ้ากินเป็นประจำก็จะดีกับหัวใจ รวมถึงระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด
วิธีปลูก
เตรียมดินที่มีสภาพร่วนปนทราบ พร้อมกับผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไป จากนั้นขุดหลุมให้ลึกลงไปประมาณ 1 เซนติเมตร นำกลีบกระเทียมที่เลือกพันธุ์เอาไว้มาปลูกลงดิน เสร็จแล้วเว้นระยะสัก 15-20 เซนติเมตรจึงปลูกอีกต้น
ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ 3-5 วัน/ครั้ง โดยไม่ต้องรถให้ปฉะเกินไป เสร็จแล้วควรคลุมฟางให้หนาสัก 2-3 นิ้ว เพื่อควบคุมวัชพืช และความชื้นไว้
เพลี้ยไฟ คือศัตรูของกระเทียมให้ป้องกันและกำจัดด้วยสารกำจังเมลงฉีดพ่น เช่น ฑ๊อส หรือเซฟวิน