แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพร แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ตะไคร้ (Lemon grass)

ตะไคร้เป็นพีชล้มลุก เจริญเติบโตได้นานหลายปี มีรากเป็นฝอยยึดผิวดินได้แน่น



มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เมื่อโตขึ้นจะมีลำต้นเป็นกาบใบ อัดกันแน่นแทงขึ้นมาเหนือดิน สูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ปลายใบจะแหลม และมีขนเล็กน้อยตามใบ มีสีเขียวอ่อน ให้กลิ่นหอม เมื่ออกดอก ดอกจะเป็นช่อ ก้านข่อดอกจะยาว



ประโยชน์

นิยมนำเหง้า กาบใบ และลำต้น มาประกอบอาหาร เพื่อให้อาหารมีกลิ่นหอม และช่วยดับกลิ่นคาว มักใส่ในยำ พล่าต่าง ๆ เป็นต้น

วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนระบายน้ำได้ดี ผสมกับปุ๋ยคอกและขุยมะพร้าวไว้ นำต้นตะไคร้ที่สมบูรณ์ดี ตัดรากออก ในส่วนของลำต้นก็ควรตัดให้สั้นลงเหลือสัก 20 เซนติเมตร จากนั้นนำมาปักลงในดินที่เตรียมไว้ โดยปักแต่ละต้นให้ห่างกันเล็กน้อยประมาณ 5 เซนติเมตร รดน้ำสม่ำเสมอให้พอชุ่ม หมั่นตัดแต่งใบที่ยาวรก อยู่เป็นประจำ เมื่อแตกเป็นกอแล้วก็สามารถตัดหน่อ ริม ๆ ไปใช้ได้



วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แคบ้าน (Vegetable humming bird, Sesban) พืช ผักสวนครัว

แคบ้านเป็นพืชผักที่มีการเจริญเติบโตเร็ว แตกกิ่งก้านออกมาก รูปใบมีลักษณะคล้ายกับใบมะขาม โดยแต่ละก้านจะมีใบย่อยออกเรียงสลับกันประมาณ 10-30 คู่ เมื่อถึงเวลาออกดอกจะออกเป็นดอกเดี่ยว และเป็นช่อที่ปลายยอด และตามซอกใบ มีดอกสีขาว โคนก้านดอกเป็นสีเขียวคล้ายรูปถ้วย และเมื่อออกผลจะมีรูปร่างเป็นฝักแบน ยาวประมาณ 8-15 เซนติเมตรแล้วเมื่อแก่จัดจะแตกออกเป็น 2 ซีก



ประโยชน์

นิยมนำยอดอ่อน ใบอ่อน ไปลวกเป็นผักเคียงคู่กับอาหารหรือน้ำพริกต่าง ๆ ดอกอ่อนก็เช่นกัน แต่ดอกอ่อนสามารถนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง เช่น แกงส้มดอกแค ต้มจืดคอกแค เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อลดความขมในการนำไปประกอบอาหาร ควรเด็ดเกสร ข้างในทิ้งก่อน

นอกจากนั้นแคบ้านไม่ว่าจะเป็นยอดอ่อน ใบอ่อน ดอก หรือว่าผักอ่อน เมื่อกินเข้าไปจะมีสรรพคุณเป็น ยา สามารถช่วยแก้ไข้หัวลมได้



วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนซุย ผสมกับปุ๋ยคอกและขุยมะพร้าว หรือต้นกล้า มาปลูกลงในดินดังกล่าว ถ้าปลูกลงในกระถาง ควรนำออกมาวางในที่โล่ง เพื่อให้โดนแดดตลอดทั้งวัน เพราะแดดจะช่วยทำให้ต้นแคออกดอกได้มากขึ้น ทั้งนี้ก็ควรรดน้ำอย่างเพียงพอวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้า และเย็น

คะน้า (Collard) พืช ผักสวนครัว

คะน้าเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับกะหล่ำ มีอยู่หลายพันธุ์ด้วยกัน โดยคะน้าที่นิยมก็เป็นพันธุ์คะน้าใบกลม คะน้าใบแหลม และคะน้ายอดหรือคะน้าก้าน



ลักษณะทั่วไปของคะน้าก็คือมีลำต้นสีเขียวอ่อนออกเหลือง ใบมีสีเขียวแก่ มีควมาสูงจากพื้นดิน 20 -25 เซนติเมตร ทั้งใบและลำต้น สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งหมด อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุสูง



วิธีปลูก

เตรียมดินปลูกที่มีสภาพร่วนปนทราย พร้อมผสมกับปุ๋ยคอก แล้วพรวนดินขุดให้ลึก 15 -20 เซนติเมตร พร้อมกันนั้นควรตากดินทิ้งไว้อีกประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นพรวนหน้าดินให้ละเอียด แล้วใช้เมล็ดพันธุ์หว่านให้ทั่วแปลง ควรหว่านให้ห่างกันพอสมควร คิดเป็นอัตราโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 2 กิโลกรัมต่อไร เมื่อหว่านเสร็จแล้วให้ใช้ดินผสมปุ๋ยคอกกลบให้หนาประมาณ 1 เซนติเมตร สุดท้ายกลบหน้าดินด้วยฟางหรือใบหญ้าแห้งอีกที

การให้น้ำควรใช้บัวรดน้ำหรือฉีดแบบน้ำแบบฝอย ฉีดน้ำให้ทั่วจนชุ่ม วันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและช่วงเย็น ส่วนปุ๋ยให้ใส่ที่มีธาติไนโตรเจนสูง และใส่เมื่อคะน้ามีอายุ 20 และ 30 วัน คะน้ามีอายุ 45-55 วันหลังจากปลูก ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยใช้มีดคม ๆ มาตัดให้ชิดโคน

ข่า (Galanga) พืช ผักสวนครัว

ข่าเป็นพืชผักประเภทล้มลุก เติบโตได้นานหลายปี ใบและกาบใบเป็นส่วนที่อยู่เหนือพื้นดิน ออกมาเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบมีลักษณะยาวรี สีเขียวเข้มเป็นมัน



มีความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม วัดความสูงเหนือพื้นดินโดยเฉลี่ยประมาณ 1-2 เมตรจะออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด มีสีขาวนวล และเมืี่อกลายเป็นผล จะมีลักษณะกลมสีแดงส้ม รสชาติเผ็ดร้อน

ในส่วนที่อยู่ใต้ดิน จะเป็นลำต้น เรียกว่าเหง้า มีเปลือกสีน้ำตาลอ่อน ลายข้อปล้องชัด เนื้อด้านในสีขาว กลิ่นหอมฉุนให้รสชาติขมและเผ็ดร้อน



ประโยชน์

มักนิยมนำเหง้ามาทำเครื่องเทศ ปรุงงอาหาร ให้กลิ่นที่หอมขึ้น และดับกลิ่นคาวจากเนื้อสัตว์ หรือไม่ก็ใส่ในน้ำพริกเครื่องแกงต่าง ๆ

ในส่วนของดอกอ่อนและลำต้นอ่อน นิยมนำมาเป็นเครื่องเคียงกับน้ำพริกหรืออาหารทั่ว ๆ ไป นอกจากนี้ก็ยังให้ปนะโยชน์เป็นยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บรรเทาอาการท้องเดิน และอาการคลื่นไส้อาเจียน



วิธีปลูก

เตรียทดินที่มีสภาพร่วนระบายน้ำได้ดี ผสมกับแกลบหรือปุ๋ยคอกไว้ เลือกเหง้าข่าที่แก่และมีตาติดอยู่ หรือไม่ก็หน่อต้นข่าเล็ก ๆ มาปลูกลงไปในดินที่เตรียมไว้ ถ้าปลูกโดยใช้หน่อก็ควรหาไม้มาค้ำเพื่อตั้งลำต้นให้ตรง จากนั้นก็รดน้ำพอชุ่มอย่างสม่ำเสมอไปให้ขาดก็จะได้ข่าคุณภาพดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีดพ่นยาหรือกำจัดศัตรูพืชแต่อย่างใด เพราะข่าเป็นพืชผักที่ไม่มีแมลงใด ๆ มารบกวน


ขึ้นฉ่าย (Celery) พืช ผักสวนครัว

ขึ้นฉ่ายเป็นพืชผักประเภทล้มลุก มีอายุ 1 ฤดู ลำต้นและใบเติบโตขึ้นเหนือพื้นดิน โดยมีความสูงมากถึง 30-50 เซนติเมตร ลักษณะของใบและลำต้นมีสีเขียวอ่อน ลำต้นกลวง และมีเหลี่ยม



ใบจะออกมามีลักษณะย่น ๆ มีขอบใบเป็นหยัก ๆ ปลายใบแหลม เมื่อถึงเวลาออกดอก ก็จะออกดอกเป็นช่อคล้ายซี่ร่มดอกย่อยเล็ก ๆ ภายในช่อจะมีสีขาว และเมื่อกลายเป็นผลจนแห้งแตกภายในก็จะมีลูกกลม ๆ รี ๆ เล็ก ๆ สีน้ำตาลอ่อนมีกลิ่นหอม

ประโยชน์

มักใช้ใบและก้านไปประกอบอาหารต่าง ๆ เช่น สุกี้ หรือปลานึ่ง เป็นต้น เพื่อเพิ่มรสชาติและความหอมของอาหาร นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นยาสมุนไพร เมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะช่วยป้องกันมะเร็ง รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ โรคหัวใจขาดเลือด และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคให้แข็งแรงขึ้น



วิธีปลูก

เพาะเมล็ดในกระถางหรือในแปลงเสียก่อน เมื่อได้ต้นที่แตกใบแล้วจึงถอนมาลงในที่ที่ต้องการปลูก กอละ 2-3 ต้น แล้วเว้นแต่ละกอให้ห่างกันประมาณ 10 เซนติเมตร

ดินที่เหมาะกับการปลูกคือดินทรายพร้อมกับการรดน้ำพอชุ่มและแสงแดด ที่สำคัญดวรหมั่นตัดใบแห้งหรือใบเน่าทิ้งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อต้นขึ้นฉ่ายที่แข็งแรงและสวยงาม

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ขมิ้นชัน (Yellow root zodoary,Turmeric) พืช ผักสวนครัว

ขมิ้นชันเป็นพืชล้มลุก เติบโตได้นานหลายปี มีใบชูขึ้นอยู่ด้านบนซึ่งแตกออกมาจากลำต้นที่เป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน



โดยเหง้านั้นประกอบด้วยแง่งหลัก หรือแง่งแม่ และมีแขนงแตกออกมา มีลักษณะกลมหรือยาว เรียกว่าหัว หรือนิ้วตามลำดับ เมื่อถึงฤดูกาลออกดอกจะออกดอกเป็นช่อสีเหลืองทรงกระบอก



ประโยชน์

นิยมใช้เหง้ามาประกอบอาหารต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการเพิ่มสี่สันและกลิ่นเช่น ข้าวหมกไก่ หมูสะเต๊ะ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติเป็นยาสมุนไพร บรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด และกรดในกระเพาะอาหาร หรือไม่ก็นำไปต้มดื่มเป็นประจำ สามารถแก้อาการนิ่วในถุงน้ำดี และโรคกระเพาะอาหารได้




การปลูก

เตรียมดินที่มีลักษณะร่วนซุย พร้อมกับผสมปุ๋ยคอกไว้ จากนั้นเลือกหน่อขมิ้นชันที่โตพอประมาณที่พอมีใบคลี่กางออกมาแล้วสัก 1-2 ใบ มาปลูกลงในดินโดย 1 กอให้ปลูก 3 หน่อให้ห่างเท่า ๆ กัน จากนั้นรดน้ำให้พอช่ม ไม่ต้องถึงกับแฉะ น้ำขัง



การปลูก ขิง (Ginger) พืช ผักสวนครัว

ขิงเป็นพืชล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นเหนือดินคล้ายลักษณะของต้นไพล มีใบเขียว เรียวแคบ ปลายใบแหลมและออกดอกเป็นช่อสีเหลือง



เหง้าขิงที่จะเก็บเกี่ยวนั้นต้องเจริญเติบโตอยู่ในดิน มีเปลือกนอกเป็นสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อข้างในสีขาวนวล เมื่อปลูกได้ 5-6 เดือนก็เริ่มได้เก็บเกี่ยวขิงอ่อนแล้ว ถ้าจะเก็บเกี่ยวขิงแก่ ก็ต้องรอให้ขิงมีอายุ 11-12 เดือน โดยวิธีเก็บเกี่ยวขิงควรเก็บตอนที่ดินชุ่มน้ำ แล้วให้ใช้มือถอนขึ้นมาทั้งกอ ขิงจะได้ไม่้หัก

ประโยชน์

มักนิยมเอาเหง้าขิงไปต้มใส่น้ำตาลแล้วดื่ม หรือไม่ก็นำไปคู่กัับขนมหวาน เช่น บัวลอยน้ำขิง หรือเต้า่ฮวย เป็นต้น ใช้เหง้าขิงสด ทุบให้แตก ต้มน้ำดื่ม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ หรือไข้หวัด ไอ คลื่นไส้อาเจียน

วิธีปลูก

ก่อนนำเหง้าขิงลงดิน ให้เลือกขิงที่แก่อายุ่สัก 10-12 เดือน นำมาผึ่งลมให้แห้ง แล้วหั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ ยาวประมาณ 2 นิ้ว โดยให้มีตาติดอยู่ 2-3 ตา

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนปนทราย ผสมปุ๋ยคอกและกากถั่วไว้ จากนั้นให้ขุดหลุมลึกประมาณ 5 เซนติเมตร แล้วนำเหง้าขิงที่เตรียมไว้ลงดิน โดยตั้งด้านที่จะแตกหน่อขึ้น และกลบดินหนา 2-5 เซนติเมตร สุดท้ายใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุม

การปลูก กะเพรา (Holy basil) พืช ผักสวนครัว

กะเพราเป็นพืชผักสวนครัวที่มีความสูงถึง 70 เซนติเมตร มีลักษณะเป็นพุ่ม ๆ แตกกิ่งก้านได้มาก ที่กิ่งก้านจะมีขน ส่วนของใบมีสีเขียวหรือสีม่วงแดง



ลักษณะของใบที่ขอบใบจะหยิกหยัก ปลายใบแหลม มีกลิ่นหอม เมื่อออกดอกเป็นช่อคล้ายฉัตร ดอกมีขนาดเล็ก ๆ สีขาวหรือขาวอมชมพู




ประโยชน์

ดอกอ่อนและใบ นำมาประกอบอาหารต่าง ๆ ได้ เพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นที่ดีขึ้นนอกจากนั้นกินใบกะเพราสด ๆทุกวัน ช่วยขับลมและบรรเทาโรคกระเพาะอาหารได้

วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนซุย ผสมกับขุยมะพร้าวและปุ๋ยคอกไว้ ใช้เมล็ดโรยลงในดิน หรือกิ่งปักชำลงในดิน จากนั้นรดน้ำให้พอชุ่มอย่าให้แฉะจนขัง วันละ 2 ครั้บ เช้า - เย็นหรือเมื่อสังเกตเห็นกะเพราเหี่ยวเฉา

หมันดูแลโดยการให้ปุ๋ยยูเรียสลับกับปุ๋ยชีวภาพ เพื่อเป็นการเร่งใบ และเด็ดดอกทิ้งอยู่เสมอ เพื่อป้องกันต้นเฉา และตายเร็ว


กระเทียม (Garlic) พืช ผักสวนครัว

กระเทียมเป็นพีชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย โดยแต่ละปีประเทศไทยมีผลผลิตมารถถึง 9,000 ตัน เลยทีเดียว



ลักษณะทั่วไปของกระเทียมนั้นมีลำต้นที่เป็นหัวมีกลีบเล็ก ๆ สีขาว หลาย ๆ กลีบติดกัน ฝังตัวอยู่ในดิน ส่วนใบอยู่ด้านบนเหนือดินจะมีสีเขียว รูปร่างใบยาว มีความสูงเหนือพื้นดินประมาณ 20 เซนติเมตร



ประโยชน์

ใช้ประกอบอาหารต่าง ๆ เพิ่มความหอม และรสชาติที่เผ็ดร้อนให้อาหารน่ากินยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยดับกลิ่นคาวของอาหาร นอกจากนี้สามารถกินสด ๆ เป็นสมุนไพร ช่วยในการขับเหงื่อ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และถ้ากินเป็นประจำก็จะดีกับหัวใจ รวมถึงระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด

วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนปนทราบ พร้อมกับผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไป จากนั้นขุดหลุมให้ลึกลงไปประมาณ 1 เซนติเมตร นำกลีบกระเทียมที่เลือกพันธุ์เอาไว้มาปลูกลงดิน เสร็จแล้วเว้นระยะสัก 15-20 เซนติเมตรจึงปลูกอีกต้น

ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ 3-5 วัน/ครั้ง โดยไม่ต้องรถให้ปฉะเกินไป เสร็จแล้วควรคลุมฟางให้หนาสัก 2-3 นิ้ว เพื่อควบคุมวัชพืช และความชื้นไว้

เพลี้ยไฟ คือศัตรูของกระเทียมให้ป้องกันและกำจัดด้วยสารกำจังเมลงฉีดพ่น เช่น ฑ๊อส หรือเซฟวิน

กระชาย (Boesenbergia, Finer root) พืช ผักสวนครัว

กระชายเป็นพืชล้มลุก สูงเหนือพื้นดิน 20-30 เซนติเมตร มีใบสีเขียวยาวเป็นรูปรี ขอบใบเรียบ



ปลายใบแหลม เส้นกลางใบด้านหลังนูนเป็นสัน บริเวณกาบใบจะซ้อนกันมีสีม่วงแดง ออกดอกสีขาวอมชมพู มีรากเป็นเหง้าขนาดอวบ ๆ ทรงกระบอกสีน้ำตาล



สามารถนำเหง้ามาโขลกหรือปั่นทำเป็นเครื่องแกงต่าง ๆ ได้ หรือไม่ก็ใช้ประกอบอาหารคาวต่าง ๆ ที่มีเนื้อหรือเนื้อปลาเพื่อดับกลิ่นคาว นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพร แก้ท้องเสีย ริดสีดวงทวาร และบำรุงหัวใจให้แข็งแรง



วิธีการปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนซุย พร้อมกับผสมปุ๋ยคอก หรือแกลบลงไปในดิน เลือกหน่อกระชายสัก 2-3 หน่อ ที่กาบใบเริ่มคลี่กางออกมาแล้วลงในดิน โดยปลูกให้มีลักษณะห่างกันต้นละ 3-5 เซนติเมตร และปลูกลงให้เป็นมุมสามเหลี่ยมนับเป็น 1 กอ

จากนั้นรดน้ำให้พอชุ่ม ไม่ต้องท่วมขัง วันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและเย็น พร้อมกับคอยตัดใบที่แห้งเสีย ออกทิ้ง เพื่อความสวยงามและคุณภาพของเหง้ากระชาย