วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การปลูก ผักหวานบ้าน (Sauropus androgynus)

ผักหวานบ้านเป็นไม้พุ่ม มีความสูงได้ถึง 2 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาออกมา ออกใบมาเป็นใบเดี่ยวแบบสลับ



ก้านใบสั้น ใบเป็นสีเขียว ส่วนกิ่งก้านจะมีสีเขียวปนเทา รูปร่างของใบจะเป็นทรงรี ปลายใบแหลม ขอบใบจะขนานกันและเรียบ เนื้อใบมีคราบนวลขาว ๆ ที่ด้านบนของใบ ใบไม่แข็ง

เมื่อออกดอก ดอกจะออกตามชอกใน ออกมาเป็นทั้งแบบกระจุกและแบบดอกเดี่ยว มีสีม่วงแดงหรือไม่ก็สีเขียวอ่อน จากนั้นเมื่อเป็นผลลักษณะของมันจะมีขยาดเล็ก คล้า่ยลูกมะยม มีสีขาวนวลหรือสีขาวอมชมพู



ประโยชน์

นิยมนำยอดอ่อน ใบอ่อน และลูกอ่อนมาต้ม นึ่ง ลวก หรือผัดให้พอสุก กินจิ้มกับน้ำพริก หรือไม่ก็ใช้ประกอบอาหารเป็นแกงต่าง ๆ เมื่อกินผักหวานบ้านเข้าไปแล้ว ก็จะมีคุณสมบัติเป็นยาช่วยในการแก้ไข้ และมีฤทธิเป็นยาเย็น



วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนระบายน้ำได้ดี ผสมปุ๋ยคอกพรวนเตรียมไว้ จากนั้นเพาะเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงปลูก หรือในกระถาง หรือไม่ก็ใช้วิธีปักชำกิ่งก็ได้

เสร็จแล้วรดน้ำให้พอชุ่มวันละ 2 ครั้ง ถ้าปลูกมนกระถางก็ควรนำออกแดดทุกวัน จนเมื่อเจริญเติบโต ควรหมั่นตัดแต่งเพื่อให้แตกยอดอยู่เสมอ และเมื่อต้นแตกยอดอ่อนก็สามารถเก็บยอดอ่อนมาประกอบอาหารได้

ทั้งนี้เมื่อสังเกตว่าต้นเริ่มโทรมก็ให้ใส่ปุ๋ยชนิดเร่งใบพร้อมกับพรวนดินที่โคนต้น

การปลูก ผักบุ้งจีน (Water Spinac, Kang - Kong)

ผักบุ้งจีนเป็นพืชล้มลุก เติบโตได้ฤดูเดียว สามารถแตกยอดได้ยาวมากถึง 1 เมตร หรือมากกว่านั้น ขึ้ยอยู่กับความสมบูรณ์ของดิน รากก็จะแตกไปตามผิวดิน ลักษณะของใบจะแตกออกไปเป็นใบรูปเดี่ยวรูปร่างของใบจะเรียวคล้ายหอก ปลายใบแหลม ขอบใยเรียบ มีสีเขียวทั้งใบและลำต้น โดยลำต้นจะกลวง เมื่อออกดอกจะมีสีขาว



ประโยชน์

นิยมนำมาประกอบอาหารต่าง ๆ ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด หรือไม่ก็นำมากินเป็นผักสดเคียงกับน้ำพริก หรืออาหารที่มีรสชาติเผ็ดต่าง ๆ เมื่อกินผักบุ้งจีนเข้าไปก็จะมีคุณสมบัติเป็นยาช่วยบำรุงสายตา เสริมภูมิต้านทาง และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด



วิธีปลูก

ผักบุ้งเป็นผักที่โตเร็ว และมีรากที่ตื้น จะงามได้ดี ถ้าปลูกลงในดิรที่มีแร่ธาตุอาหารสมบูรณ์ ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นดินร่วน ดินเหนียว หรือดินทราย ผักบุ้งก็สามารถเจริญเติบโตได้หมด

ก่อนที่จะปลูกผักบุ้งก็ให้ไถพรวนดินที่เตรียมไว้ แล้วจึงโรยเมล็ดพันธุ์ลงไปให้เป็นแถว จากนั้นเมื่อผักบุ้งโตขึ้นจนแตกใบ ก็ให้ถอนต้นที่ไม่แข็งแรงทิ้งเสีย เว้นระยะให้ห่างกัน อย่าให้ต้นผักบุ้งอยู่ชิดกันแน่น หมั่นสังเกตเมื่อยอดผักบุ้งแตกใหม่ ไม่เจริญเติบโตเต็มที่ควรใส่ปุ๋ยบำรุง

การปลูก ผักชีฝรั่ง (Fennel)

ผักชีฝรั่งเป็นพืชผักประเภทล้มลุก มีอายุได้ 2 ฤดูมีความสูงเหนือพื้นดินประมาณ 10-30 เซนติเมตร ลำต้นอ่อนดูอวบน้ำ ออกใบตรงยอดเป็นกระจุก



ใบมีสีเขียว กลิ่้นหอม เนื้อใบค่อนข้างหนา จะเรียงเวียนสลับอยู่รอบต้น ลักษณะเด่นของใบผักชีฝรั่ง คือใบเรียวยาว ตรงกลางป่อง ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย เมื่อออกดอก จะออกดอกเป็นช่ิอที่ปลายกิ่ง ลักษณะดอกเป็นดอกขนาดเล็ก ทรงกระบอก มีสีขาว

ประโยชน์

นิยมใช้ใบผักชีฝรั่งมาซอยใส่อาหาร เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม และรสชาติที่กล่อมกล่อมขึ้น มักซอยใส่ในต้มยำ
หรือลาบ เป็นต้น หรือไม่ก็นิยมกินเป็นผักแกล้มกับขนมจีน หรือแกงเผ็ดต่าง ๆ



เมื่อกินผักชีฝรั่งเข้าไปก็จะมีคุณสมบัติช่วยบำรุงสายตา และัภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น

วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนซุย หรือดินเหนียวก็ได้ แล้วผสมกับปุ๋ยคอกและขุยมะพร้าวไถพรวนไว้ จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์ โรยลงไปในแปลงหรือกระถางปลูก หรือไม่ก็ใช้ต้นที่แข็งแรง ที่ชื้อมาจากตลาดก็ได้ แล้วเลือกใช้แต่ใบที่ติดโคนต้นอยู่ มาปักลงดินที่ทำไว้

เสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่มวันละ 2 ครั้ง พร้อมให้แสงแดดส่องถึงจนกระทั่งผักชีฝรั่งโตขึ้นแตกใบอ่อน ก็สามารถดึงใบล่าง ๆ มาปรุงอาหารได้แล้ว

การปลูก ผักกาดหอม (Lettuce)

ผักกาดหอม เป็นพืชผักที่มีใบใหญ่ ขอบใบหยักเป็นจุดเด่น ซึ่งใบจะแตกออกมา จากลำต้นโดยรอบ เส้นของใบจะเห็นได้ชัดเจน ใบจะมีสีตั้งแต่ เขียวอ่อน เขียวปนเหลือง จนถึงเขียวแก่





ผักกาดหอมจะฝังรากเป็นรากแก้ว มีลำต้นสีขาวอวบตั้งตรง ใบจะแตกออกตามข้อของลำต้น โดยจะหุ้มกันเป็นชั้น ๆ ไล่จากไปแก่ไปหาใบอ่อนข้างใน

ประโยชน์

นิยมใช้ใบสด ๆ มาประกอบอาหาร หรือกินเป็นผักสดเคียงกับยำ สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ หรือใส่เป็นผักสลัด หรือไม่ก็ใช้ใบใส่เพื่อเพิ่มความสวยงามในอาหารจานต่าง ๆ



นอกจากนั้นเมื่อกินเข้าไป ผักกา้ดหอมก็จะให้คุณสมบัติเป็นยาที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์สูง เมื่อกินประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้

วิธีปลุก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนซุยดี ผสมปุ๋ยคอกไว้ ยกแปลงและไถแปลง พร้อมสำหรับการหว่านเมล็ด จากนั้นให้ใช้เมล็ดพันธุ์หว่านลงบนแปลงให้ทั่ว พยายามให้เมล็ดเรียงตัวกันแน่น เสร็จแล้วก็รดน้ำโดยใช้ผักบัวฝอยละเอียด ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่แดดจัด ก็ควรมีการคลุมแปลงไว้

เมื่อต้นกล้าเริ่มงอกมีใบจริงให้เห็นสัก 2-3 ใบ ก็ให้ทำการถอนต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้ง และจัดระเบียบแปลง อย่าให้ผักกาดหอมอยู่ชิดกันเกินไปนัก

การปลูก ตำลึง (Ivy Gourd)

ตำลึงเป็นผักที่ขึ้นได้ง่ายตามริมรั้วบ้านทั่วไป เป็นผักชนิดไม้เถา มีสีเขียว ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวสลับกันไปตามเถา มีรูปคล้ายรูปหัวใจ มีขอบใบหยิกเล็กน้อย



เมื่อออกดอกจะออกเป็นดอกเดี่ยวที่ซอกใบ มีสีขาวทรงกระบอก และเมื่อกลายเป็นผล มีลักษณะรูปร่างคล้ายแตงกวา แต่มีขนาดเล็กกว่า พอสุกก็จะกลายเป็นสีแดงสด ทั้งเนื้อในและเปลือกนอก สามารถกินได้



ประโยชน์

นิยมนำใบมาเป็นอาหาิร เช่น แกงจืด แกงเลียง หรือลวกกินกับน้ำพริก นอกจากนั้นเมื่อกินเข้าไปก็ให้ผลเป็นยาช่วยในการแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดไข้ตัวร้อน หรือไม่ก็า่ท่รถนำใบหรือรากสดมาตำแล้วพอกตรงแผลอักเสบ เพื่อบรรเทาอาการอักเสบได้



วิธีปลูก

จริง ๆ แล้วตำลึงมักจะขึ้นเองตามริมรั้ว แต่ถ้าปลูกให้ใช้เมล็ดจากผลสุก มาหยอดลงในหลุมที่มีดินสภาพร่วนซุย ผสมปุ๋ยคอกแล้วขุดหลุมเตรียมไว้ จากนั้นเมื่อต้นกล้าเริ่มงอก ให้หาไม้มาปักเป็นหลักเพื่อให้เถาตำลึงเลี้อยพัน โดยปักให้พิงกันกับรั้วทะแยงมุมสัก 45 องศา ที่สำคัญควรหมั่นรดน้ำเช้าเย็น และเด็ดยอดให้เสมอ ๆ เพื่อการเกิดยอดใหม่มาแทน


วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ตะไคร้ (Lemon grass)

ตะไคร้เป็นพีชล้มลุก เจริญเติบโตได้นานหลายปี มีรากเป็นฝอยยึดผิวดินได้แน่น



มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เมื่อโตขึ้นจะมีลำต้นเป็นกาบใบ อัดกันแน่นแทงขึ้นมาเหนือดิน สูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ปลายใบจะแหลม และมีขนเล็กน้อยตามใบ มีสีเขียวอ่อน ให้กลิ่นหอม เมื่ออกดอก ดอกจะเป็นช่อ ก้านข่อดอกจะยาว



ประโยชน์

นิยมนำเหง้า กาบใบ และลำต้น มาประกอบอาหาร เพื่อให้อาหารมีกลิ่นหอม และช่วยดับกลิ่นคาว มักใส่ในยำ พล่าต่าง ๆ เป็นต้น

วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วนระบายน้ำได้ดี ผสมกับปุ๋ยคอกและขุยมะพร้าวไว้ นำต้นตะไคร้ที่สมบูรณ์ดี ตัดรากออก ในส่วนของลำต้นก็ควรตัดให้สั้นลงเหลือสัก 20 เซนติเมตร จากนั้นนำมาปักลงในดินที่เตรียมไว้ โดยปักแต่ละต้นให้ห่างกันเล็กน้อยประมาณ 5 เซนติเมตร รดน้ำสม่ำเสมอให้พอชุ่ม หมั่นตัดแต่งใบที่ยาวรก อยู่เป็นประจำ เมื่อแตกเป็นกอแล้วก็สามารถตัดหน่อ ริม ๆ ไปใช้ได้



การปลูก ต้นหอม (Shallot)

ต้นหอมเป็นพืชผักประเภทล้มลุก เจริญเติบโตได้หลายปี มีใบชูเหนือพื้นดินประมาณ 30-50 เซนติเมตร มีหัวเป็นลำต้นอยู่ใต้ดิน สีม่วงอมแดง



ภายในหัวนั้นมีหัวขนาดเล็กรวมกัน หุ้มด้วยเปลือกบาง ๆ อยู่ภายนอก และมีใบสีเขียวหนา ๆ อวบน้ำเรียงกันอยู่ ให้กลิ่นที่ฉุนเฉพาะตัว ใบเป็นสีเขียวกลวงยาว เมือออกดอกจะเป็นช่อ มีสีขาวหรือม่วงอ่อน



ประโยชน์

นิยมนำไปประกอบอาหาร เพื่อเพิ่มความหอม รสชาติ และสีสันที่น่ากินมากขึ้น หรือไม่ก็นิยมใช้เป็นผักกินสดเคียงกับอาหารต่าง ๆ

เมื่อกินต้นหอมเข้าไปในร่างกายก็จะได้รับสารเบต้าแคโรทีน สารฟลาโวนอยด์ แคลเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งช่วยในการต้านมะเร็ง ลดคอลเลสเตอรอล ควบคุมความดัน และป้องกันหลอกเลือดหัวใจอุดตัน

นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นยา โดยการนำต้นหอมไปบุบพอกตรงที่ถูกแมลงกัดต่อย ระงับปวดได้ และถ้าเอาไปสูดดม ช่วยแก้อาการคัดจมูกได้เป็นอย่างดี

วิธีปลูก

เตรียมดินที่มีสภาพร่วน ผสมด้วยเปลือถั่ว หรือแกลบไว้ นำหัวต้นหอม มาปลูกในดินที่เตรียมไว้ โดยปลูกห่างกันกอละ 5-10 เซนติเมตร สุดท้าย คลุมด้วยฟาง หรือหญ้าแห้ง รดน้ำพอชุ่ม เมื่อแตกใบก็สามารถตัดใบไปประกอบอาหารได้